ขั้นตอนการทำความสะอาดผ้าปูที่นอนอย่างถูกต้อง

หลายคนอาจรู้ดีแล้วว่าการไม่ทำความสะอาดห้องนอนย่อมทำให้เราเกิดปัญหาสุขภาพได้ง่าย นอกจากนี้ การไม่ซักผ้าปูที่นอนอยู่เสมอก็ส่งผลให้เกิดทั้งปัญหาสุขภาพและความงามด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจึงไม่รอช้า มาชวนสาวๆ ลุกมาเป็นแม่บ้านกับการซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนอย่างถูกต้องกันค่ะ

5.1

แช่ผ้าปูที่นอนอย่างน้อย 30 นาที
สำหรับสาวๆ คนไหนที่หมั่นซักผ้าปูที่นอนเป็นประจำอยู่แล้วทุกเดือน และหากคุณเองก็เป็นคนรักความสะอาดอยู่แล้ว แนะนำค่ะว่าให้คุณนำผ้าปูที่นอนมาแช่น้ำและผงซักฟอกในปริมาณน้ำที่ท่วมผ้าพอดี โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีค่ะ แต่หากใครที่นานๆ จะซักผ้าปูที่นอนทีหรือผ้าปูที่นอนของคุณเลอะคราบฝังแน่นแบบสกปรกมากล่ะก็ อาจจะแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงก็ได้ค่ะ จากนั้นจึงทำการซักตามปกติหรือหากคุณซักผ้าด้วยมือก็อาจจะขยี้ตรงจุดที่มีคราบเลอะนั้นออกก่อนจึงค่อยซักตามปกติต่อไป

เลือกใช้ผงซักฟอกที่ช่วยถนอมผ้า
ผงซักฟอกในปัจจุบันมีให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ คุณสาวๆ ควรเลือกใช้ผงซักที่ช่วยถนอมทั้งเส้นใยผ้าและช่วยถนอมสีสันของผ้าไว้ด้วย หากผ้าไม่ได้สกปรกมากก็ไม่ควรใช้ผงที่มีส่วนผสมจากสารฟอกขาวค่ะ เพราะมันจะยิ่งกัดเส้นใยผ้าให้ผุกร่อนลงเร็วได้

5.2

ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเสมอ
หลายคนชื่นชอบกลิ่นหอมจากน้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างมาก และทุกวันนี้ก็มีกลิ่นหอมหลายกลิ่นเลยล่ะที่ให้เราเลือกใช้ เพราะฉะนั้น หลังจากซักผ้าปูที่นอนเสร็จแล้ว สาวๆ อย่าลืมแช่ผ้ากับน้ำยาปรับผ้านุ่มสักประมาณ 10 นาทีก่อนนำขึ้นตากด้วยนะคะ เพื่อให้กลิ่นหอมๆ ติดเส้นใยผ้าและยังช่วยถนอมทั้งสีสันและถนอมใยผ้าของเราไม่ให้แห้งกรอบเวลาโดนแดดแรงๆ จนผุกร่อนเร็วอีกด้วยค่ะ แค่นี้ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของผ้าปูที่นอนและชุดเครื่องนอนสุดโปรดของคุณได้อย่างยาวนานขึ้นแล้ว ที่สำคัญกลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำยาปรับผ้านุ่มยังมีส่วนทำให้เรานอนหลับสบายมากขึ้นด้วยนะ

ปั่นผ้าจนแห้งสนิทก่อนตาก
หลังจากแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มเสร็จแล้ว ก็กดปุ่มปั่นแห้งกันได้เลยค่ะ เครื่องซักผ้าบางประเภทก็จะจัดการทั้งแช่ ซัก ล้าง ปรับผ้านุ่มและปั่นแห้งภายในเครื่องเดียวกันแบบอัตโนมัติ แต่หากใครสะดวกค่อยๆ ซักแบบทีละขั้นตอนก็ทำได้เลยตามสะดวกเช่นกัน หรือหากใครไม่ได้ซักผ้าปูที่นอนด้วยเครื่อง อาจจะซักมือ อย่างไรแล้วก่อนขึ้นตากอย่าลืมบิดน้ำออกให้แห้งหมาดทุกครั้งนะคะ ผ้าจะได้ไม่อมน้ำมากและจะได้แห้งเร็วไม่ต้องตากทิ้งไว้ข้ามคืนให้น้ำค้างตกใส่จนกลิ่นเพี้ยนและเส้นใยผ้าเสื่อมลงเร็วนั่นเอง

5.3

ตากท่ามกลางแดดจัดและควรตากแดดให้แห้งสนิทก่อนเก็บ
มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนอย่างถูกต้องกันแล้ว ก็คือ การนำผ้าปูที่นอนไปตากท่ามกลางแดดจัดนั่นเองค่ะ เราควรตากผ้าท่ามกลางแสงแดดจัดจ้านี่แหละ โดยตากให้สนิทและควรพลิกในส่วนที่เป็นสีอ่อนเอาไว้นอกราวผ้า หรือพลิกเอาส่วนที่คลุมเตียงแผ่ออกมาด้านนอกราวเพื่อรับกับแสงแดดนั่นเอง เนื่องจากจะได้ช่วยถนอมสีของผ้าปูที่นอนไม่ให้ซีดจางเร็วยังไงล่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ คุณสาวๆ ทั้งหลาย สำหรับขั้นตอนของการซักผ้าปูที่นอนอย่างถูกต้องนี้ไม่ได้ยากเลยใช่มั้ยละ รู้กันแบบนี้แล้วก็อย่าปล่อยให้ชุดเครื่องนอนหรือผ้าปูที่นอนผืนโปรด เป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกอีกต่อไปล่ะ

 

 

ผ้าปูที่นอนไม่สะอาดตัวการทำลายสุขภาพและความงาม

สาวๆ ทุกคนล้วนต่างก็อยากสวยด้วยกันทั้งนั้น แม้ว่าเราไม่สามารถเลือกเกิดมาเป็นคนสวยได้ก็ตาม แต่หากเรารู้จักดูแลตัวเองดีๆ ก็ย่อมเป็นคนสวย ดูดีและมั่นใจได้เช่นกันค่ะ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงผ้าปูที่นอนที่มีผลกับการทำลายสุขภาพและความงาม ว่าแล้วก็งงๆ ใช่มั้ยละคะว่ามันจะทำลายสุขภาพและความงามเราได้อย่างไร ลำพังแค่ผ้าปูที่นอนธรรมดาๆ เท่านั้น แต่หากคุณรู้ตามที่เราบอกไปจากนี้ คุณจะร้องอ๋อ..กันเลยทีเดียว หากพร้อมแล้วมาดูกันเลยค่ะ

4.1

ผลกระทบกับการทำลายความงาม
บ่อเกิดปัญหาสิว

เมื่อไรที่เราเอนตัวนอนลงบนผ้าปูที่นอนที่ไม่สะอาด แน่นอนค่ะว่าสิวจะต้องผุดขึ้นแน่นอน ทั้งใบหน้าของเรายามที่เรานอนตะแคง และแผ่นหลังของเราก็ย่อมมีสิวผุดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากผ้าปูที่นอนที่ไม่ได้ทำความสะอาดจะต้องสะสมทั้งเหงื่อและแบคทีเรียเอาไว้เป็นจำนวนมาก หากเรานอนทับสะสมไปแบบนั้นทุกวัน สาวๆ จะต้องมีสิวแน่นอนค่ะ แบบนี้เมื่อสิวขึ้นหน้าไม่หาย..ก็ย่อมพลอยหมดสวยกันอย่างที่ไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ

ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยเร็วขึ้น
เพราะในยามที่เรานอนตะแคงหรือนอนคว่ำๆ บ่อยๆ หากเราใช้ชุดเครื่องนอนหรือผ้าปูที่นอนที่ไร้คุณภาพ เนื้อผ้าหยาบกระด้างแข็งๆ ซึ่งผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ล่ะก็ ย่อมทำให้ผิวของเราแห้งกรังและเกิดริ้วรอยได้ง่ายแน่นอนค่ะ แนะนำให้หันมาใช้ผ้าซาตินจะดีกว่าเพราะให้ผิวสัมผัสที่เรียบเนียนและนุ่มลื่น ทำให้เรารู้สึกนอนสลายหรือใช้ผ้าแพรก็ได้เหมือนกัน ผ้าที่เรียบลื่นมีผลในการช่วยปกป้องและถนอมผิวสาวๆ ที่บอบบางไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้แน่นอนค่ะ อย่างไรก็ดี อย่าลืมนอนหงายบ่อยๆ นะคะ เพราะท่านอนตะแคงและนอนคว่ำมันทำร้ายผิวหน้าเราชัดเจนยิ่งกว่านั่นเอง

4.2

เกิดปัญหาผิวหนัง
เนื่องจากผ้าปูที่นอนที่สกปรกเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อโรค ที่หากนับวันหมักหมมเอาไว้มากก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดปัญหาของโรคผิวหนังตามมาได้ค่ะ คุณสาวๆ อาจจะเผลอไปเกาเพราะความคันขณะนอนหลับไม่รู้ตัว และเมื่อมันไปเสียดสีกับเชื้อแบคทีเรียบนผืนผ้าก็จะยิ่งก่อให้เกิดการลุกลามและเกิดเป็นปัญหาของโรคผิวหนังตามมา โดยเฉพาะสาวที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งควรซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนหรือชุดเครื่องนอนบ่อยๆ เลยล่ะ จริงๆ แล้วเราควรทำความสะอาดผ้าปูที่นอนและบรรดาชุดเครื่องนอนอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง หรือทุก 2 อาทิตย์ครั้งนั่นเองค่ะ และควรตากแดดให้แห้งสนิทด้วยเสมอ เพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เกาะหนึบบนเส้นใยผ้าให้ตายลง มันจะได้ไม่กลับมาทำลายผิวสวยของคุณอีกต่อไป

ผลกระทบกับการทำลายสุขภาพ
ส่งผลให้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนง่าย

เพราะหากผ้าปูที่นอนไม่สะอาด รวมถึงบรรดาปลอกหมอนต่างๆ ด้วย เมื่อที่นอนของเราฝังไปด้วยคราบสิ่งสกปรกหนาแน่น มันก็ย่อมทำลายการนอนหลับ ส่งผลให้เรานอนหลับไม่สนิท บางคนนอนหลับยากโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสาเหตุมาจากสิ่งใด และเมื่อเรานอนไม่เพียงพอก็ย่อมส่งผลให้หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ ง่ายนั่นเอง นอกจากนี้ สมองยังไม่มีสมาธิในการทำงานหรือเรียนหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยค่ะ

4.3

ส่งผลให้เกิดความเครียดง่าย
การนอนไม่หลับ แน่นอนอยู่แล้วค่ะว่ามันจะส่งผลมายังภาวะอารมณ์ที่หงุดหงิดง่าย และต่อมาก็ย่อมสะสมมาสู่การเกิดความเครียดนั่นเอง คนที่เครียดง่ายสมองจะเต็มไปด้วยสารเคมีแห่งความตึงเครียดอันเกิดจากการนอนไม่เพียงพอร่วมด้วยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้ว จากนั้นหันมาซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนกันดีกว่านะคะ ปรับเปลี่ยนชุดเครื่องนอนที่เหม็นเน่าออกไป ปูผืนใหม่และเปลี่ยนชุดเครื่องนอนใหม่ๆ ที่สะอาดแทน รับรองค่ะว่ามันจะช่วยกระตุ้นการนอนหลับสบายมากขึ้น และสร้างความผ่อนคลายก่อนนอน ทำให้ลดทอนความเครียดลงได้อีกด้วย

เกิดภาวะซึมเศร้า
หลังจากเกิดความเครียดแล้วอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะภาวะของโรคซึมเศร้านั้นเกิดขึ้นได้ง่ายๆ จากการนอนไม่หลับร่วมด้วยค่ะ เมื่อไรที่คุณนอนพักผ่อนไม่เพียงพอหรือนอนไม่หลับบ่อยๆ สังเกตตัวเองได้เลยค่ะว่าคุณจะกลายเป็นคนที่มีปัญหาทางด้านภาวะทางจิตใจ อารมณ์และความรู้สึกที่ไม่ดีหรือไม่สมดุล มองอะไรก็ไม่แจ่มใสสดชื่น ทำให้การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความอ่อนแอ ไร้เรี่ยวแรงพลังและนำมาสู่การเป็นโรคซึมเศร้าในเวลาต่อมา

4.4

กลายเป็นโรคอ้วน
สาวๆ หลายคนอาจจะไม่อยากเชื่อกันเลยทีเดียว ว่าแค่ชุดเครื่องนอนหรือผ้าปูที่นอนที่ไม่สะอาดนั้นจะมีส่วนทำให้เราอ้วนได้ด้วยหรือ? แน่นอนค่ะว่ามันเป็นตัวการเบื้องหลังทางอ้อมที่หลายคนคาดคิดไม่ถึงเช่นกัน เพราะเมื่อไรที่นอนล้มตัวนอนบนที่นอนสกปรก เราจะมีปัญหานอนไม่หลับ เมื่อสะสมกลายเป็นภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังตามมาบ่อยเข้า สาวๆ จะเกิดอารมณ์ที่แปรปรวนยังไงล่ะ ส่งผลให้เกิดอาการหิวบ่อยง่าย ความอยากอาหารมีอย่างไม่มีสิ้นสุด แถมยังอยากกินเพราะเครียดอีกด้วย

เคยได้ยินใช่ไหมละคะที่ว่า “กินบำบัดอารมณ์” นี่ยังไงล่ะ นอกจากนี้ การนอนไม่พอยังส่งผลทำให้ต่อมรับรู้ความรู้สึกอิ่มทำงานมีประสิทธิภาพต่ำลงด้วยค่ะ ไม่แปลกเลยใช่มั้ยละคะเมื่อไรที่นอนไม่หลับบ่อยๆ วันต่อมามักจะกลายเป็นคนขี้ใจร้อน หงุดหงิด เครียดง่าย หิวง่ายและบ่อย หากยังคงปล่อยให้เกิดพฤติกรรมนี้ต่อไป โดยไม่ยอมรีบแก้ไขที่สาเหตุก็ย่อมกลายเป็นคนอ้วนในวันหนึ่งแน่นอนค่ะ

ว่าไปแล้วก็สุดทึ่งจริงๆ นะคะว่าไหมกับปัญหาของผ้าปูที่นอนที่ไม่สะอาดนำมาซึ่งปัญหาทั้งสุขภาพและความงามของเรามากถึงเพียงนี้ แล้วจากนี้จะไม่เห็นความสำคัญของการซักทำความสะอาดผ้าปูกันบ้างได้ลงเชียวหรือคะ?

 

นอนไม่หลับ สาเหตุหลักอาจอยู่ที่ “ผ้าปูที่นอน”

เชื่อว่าหลายคนจะต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง และคุณรู้มั้ยคะว่าปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมาจากภาวะของการนอนพักผ่อนไมเพียงพอด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งหากเราอดหลับอดนอนหรือนอนหลับไม่สนิทตลอดคืนเป็นประจำทุกวัน เชื่อมั้ยคะว่ามันจะสะสมจนกลายมาเป็นโรคเรื้อรังในอนาคตได้ และส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ร้ายแรงได้ด้วย หลักๆ ก็อาจจะเกิดความเครียดง่าย ตลอดจนโรคซึมเศร้านั่นเอง ว่าแต่สาเหตุใดที่ทำให้เรานอนไม่หลับล่ะ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผ้าปูที่นอนนั้นก็มีส่วนทำให้เรานอนไม่หลับได้เช่นกัน วันนี้เราจะมาแจกแจงให้ทราบว่าทำไมผ้าปูที่นอนหรือชุดเครื่องนอนจึงเป็นเหตุให้เรานอนไม่หลับได้ มาดูกันเลยค่ะ

3.1

ผ้าปูที่นอนเนื้อผ้าหยาบกระด้าง
เนื้อผ้าของชุดเครื่องนอนหรือผ้าปูที่นอนที่หยาบกระด้าง ไม่รู้สึกนอนแล้วสบายตัว หลายคนหากได้สัมผัสเป็นต้องไม่อยากนอนบนผืนหน้าแห้ง หยาบหรือกระด้างแน่นอน เพราะมันรู้สึกสากๆ ผิว ทำให้รู้สึกคันและเกิดอาการคะคางเคืองผิวตามมาได้ ดังนั้น เราจึงต้องเลือกซื้อผ้าปูที่นอนที่มีคุณภาพ โดยคำนึงถึงเนื้อผ้าก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ เพราะหากคุณใส่ใจตรงนี้สักหน่อยก็ย่อมทำให้การนอนหลับเป็นไปอย่างสนิท หลับลึกและหลับสบายตลอดคืนแน่นอน

3.2

ผ้าปูที่นอนที่มีลวดลายหรือสีสันที่มองแล้วสะท้อนความรู้สึกในทางลบ
บอกตรงๆ เลยว่าสีสันหรือลวดลายแป๋นๆ ของผ้าปูที่นอนบางประเภทนั้น หากคุณได้เห็นแล้วอาจถึงกับมีอาการไม่ชอบ พลอยรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายใจ อาจร้อนรุ่มหรือแลดูกังวลใจไปด้วย และหากเราเลือกใช้ผ้าปูที่นอนแบบนั้นมานอนล่ะ มันก็อาจมีผลสะท้อนมายังอารมณ์ของคุณได้ด้วยเช่นกัน กล่าวคือ คุณอาจจะมีภาวะหงุดหงิดใจหรือตึงเครียด นอนไม่หลับ ความคิดพลอยฟุ้งซ่านบ่อยๆ และนี่ก็คือ สีสันหรือลวดลายแสบสันจากชุดเครื่องนอนของคุณนั่นเอง ดังนั้น หันมาเลือกใช้สีสะอาดตา เบาตาอย่างสีฟ้าอ่อนหรือสีขาวก็ดีค่ะ เพื่อให้คุณนอนหลับสบายมากขึ้น และสีเรียบๆ พื้นๆ ที่ไร้ลวดลายนั่นแหละบางทีอาจเป็นสีที่จะช่วยสะท้อนความคิดและควบคุมจิตใจเราให้นิ่งสงบ ผ่อนคลายก่อนนอน ชวนกระตุ้นให้นอนหลับง่ายขึ้นนั่นเอง

3.3

ผ้าปูที่นอนที่กักเก็บไรฝุ่น
ฝุ่น..เป็นตัวทำลายผิว ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดปัญหาภูมิแพ้ได้ง่ายเสมอ ใครที่เป็นภูมิแพ้มักจะเลือกชุดเครื่องนอนกันไรฝุ่นโดยเฉพาะประเภทนาโน ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ผลิตมาเพื่อเอาใจคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ แถมยังเป็นการใส่ใจทุกรายละเอียดของการนอนหลับได้เป็นอย่างดี ใครที่บ้านมีฝุ่นมากหรือปูพื้นพรมภายในบ้าน ในห้องนอน..ก็ย่อมกักเก็บฝุ่นง่าย ดังนั้น คงต้องหมั่นทำความสะอาดดูดฝุ่นบ่อยๆ และต้องเลือกใช้ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่นแล้วล่ะ ไม่เช่นนั้น หากคุณเลือกผ้าปูที่นอนที่กักเก็บฝุ่นเอาไว้แน่นหนาล่ะก็มันย่อมรบกวนการนอนหลับของคุณแน่นอนค่ะ

3.4

ผ้าปูที่นอนสกปรก
แน่นอนค่ะว่าเราต่างก็อยากนอนบนที่นอนผืนนุ่มทั้งนั้น ทั้งผ้าปูที่นอน ผ้าห่มหรือแม้แต่การได้นอนกอดหมอนข้างนุ่มๆ ก็ตาม แต่หากที่นอนของคุณเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกล่ะ หากคุณไม่เคยนำที่นอนมาซักเลย ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน ผ้าห่มและแม้แต่ปลอกหมอนต่างๆ ทุกชิ้น เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ย่อมหมองคล้ำ ดำและสะสมแบคทีเรีย นอกจากสิ่งสกปรกที่ทำให้เรานอนไม่สบายตัวแล้ว ยังก่อให้หลายคนเกิดเป็นสิวทั้งแผ่นหลังและสิวขึ้นหน้าได้ง่ายๆ อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนอีกด้วย เพราะฉะนั้น เห็นทีคงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ต้องหันมาใส่ใจปรับปรุงสาเหตุเหล่านี้ที่เป็นต้นตอที่ทำให้คุณนอนไม่หลับกันซะแล้วนะคะ

เพื่อนๆ คนไหนที่เห็นคุณค่าและความสำคัญของการนอนหลับอย่างแท้จริง คุณจะรู้เลยว่าการนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอนั่นแหละคือ ตัวการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี ทำให้ร่างกายและจิตใจของเราเปี่ยมสุข และในยามนอนหลับอวัยวะทุกส่วนยังซ่อมแซมตัวเองอีกด้วย หากเราพลาดช่วงเวลาสำคัญนี้ก็ถือว่าทำร้ายตัวเองทางอ้อมเลยนะคะ

ผ้าปูที่นอนแบบไหนที่นอนแล้วหลับสบายตลอดคืน

ถ้าถามว่าผ้าปูที่นอนแบบไหนที่นอนแล้วรู้สึกหลับสบายตลอดคืน เชื่อว่าหลายคนจะต้องมีผ้าปูที่นอนในดวงใจแบบที่ชอบอยู่แล้วแน่ๆ ว่าแล้วเราก็มาดูกันดีกว่านะคะ ว่าผ้าปูที่นอนชนิดไหนแบบใดที่หากเราปูนอนแล้วจะช่วยกระชับช่วงเวลาแห่งความสุขที่แสนอบอุ่นให้ติดตรึงยาวนานทุกวันคืน

The girl sleeps on pink bed-clothes

ประเภทผ้าที่เรียบเนียนและนุ่มละมุน
หลายคนมีชุดเครื่องนอนแต่ละประเภทที่อยู่ในดวงใจแตกต่างกัน และใครที่พิถีพิถันใส่ใจการเลือกชุดเครื่องนอนหรือผ้าปูที่นอนดีๆ ล่ะก็ ย่อมต้องได้ผ้าปูที่นอนดีๆ กลับมาปูนอนเสมอ สำหรับเนื้อผ้าของผ้าปูที่นอนที่จะทำให้ช่วงเวลาแห่งการนอนหลับเต็มไปด้วยความสุขมากที่สุด หลักๆ หลายคนมักนิยมเลือกผ้าปูที่นอนที่เป็นเนื้อผ้าซาติน เพราะเนื้อผ้าค่อนข้างเรียบลื่นและให้การสัมผัสที่ละเอียด เนียนนุ่มต่อผิวอย่างแท้จริงนั่นเอง แบบนี้ใครๆ ก็ย่อมชื่นชอบและตกหลุมรักช่วงเวลาในการนอนจนไม่อยากตื่นหรือขยับตัวไปไหนแน่นอนค่ะ เมื่อเราหลับลึก หลับสบายกับประเภทเนื้อผ้าของผ้าปูที่นอนคุณภาพดีแบบนี้ ยังทำให้เราพลอยได้รับการมีสุขภาพดีไปพร้อมกันอีกด้วย

สีสันอ่อนหวานหรือมองแล้วสบายตา
ผ้าปูที่นอนที่ทำให้เรานอนหลับสบาย อีกกรณีหนึ่งคือ เราเลือกใช้โทนสีของผ้าปูในโทนสีอ่อนหรือโทนเย็นนั่นเอง ได้แก่ สีฟ้า สีเขียว สีเหลืองอ่อนหรือสีครีม สีชมพูและสีขาว เป็นต้น โทนสีเหล่านี้สะท้อนความหวานอ่อนและผสมผสานกับความเย็นฉ่ำ ชวนให้รู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก บางคนอาจจะชอบผ้าปูที่นอนลวดลายสีสันต่างๆ แต่หากเลือกลวดลายใดก็ตาม ก็อย่าเลือกลายที่ตัวเองชอบเป็นหลักเสมอ เช่น ลายดอกไม้ ลายธรรมชาติต่างๆ หรือแม้แต่ลายการ์ตูนก็ได้เช่นกัน

โดยสรุปแล้วก็คือ การเลือกซื้อผ้าปูที่นอนที่เราชื่นชอบ โดยคำนึงถึงสภาพของเนื้อผ้าและสีสันหรือโทนสี ลวดลายของผ้าปูที่นอนนั้นๆ ก็ย่อมมีส่วนกระตุ้นการนอนหลับของเรามากขึ้นแน่นอน เพราะสิ่งใดก็ตามที่เรารักเราย่อมรู้สึกดีและสุขสงบกับมัน ราวกับกำลังนอนโอบกอดสิ่งที่คุณรักมากอยู่นั่นเอง

 

เทคนิคเลือกผ้าปูที่นอนแบบไม่มีผิดหวัง

ผ้าปูที่นอน..เป็นผืนผ้าที่เราปูนอนแล้วรู้สึกสบาย โปร่งเบาบางและเนื้อผ้าจะต้องเรียบเนียนนุ่มลื่นทุกการสัมผัสจริงมั้ยคะ ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหาผ้าปูที่นอนใหม่ๆ หรือกำลังจะโลกผ้าปูชุดเก่าทิ้ง เรามาดูเทคนิคเลือกซื้อผ้าปูที่นอนแบบไม่ให้ผิดหวังกันดีกว่า

1.1

ซื้อจากแบบที่ชอบ
แน่นอนค่ะว่าหากเราต้องการเลือกซื้อผ้าปูที่นอนแบบไม่ให้ผิดหวัง เราก็ต้องพิจารณาเลือกจากแบบที่เราชอบเป็นหลักก่อนนั่นเอง ซึ่งเมื่อเราไปถึงร้านขายผ้าปูที่นอนเราก็ย่อมต้องประทับใจและสะดุดตาทันทีกับแบบที่เราชอบ จากนั้นเราก็เลือกผ้าปูผืนนั้นๆ เอาไว้ก่อนค่ะ แล้วมาดูกันในลำดับต่อไป

คำนึงถึงเนื้อผ้า
ใช่แล้วค่ะ..ใครว่าเรื่องเนื้อผ้าไม่สำคัญ ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อผ้าปูที่นอนกลับบ้าน เราก็ต้องใส่ใจเลือกจากเนื้อผ้าด้วย และลักษณะของเนื้อผ้าที่ดีจะต้องผลิตจากเส้นใยธรรมชาติเท่านั้น ถึงจะให้การนอนหลับของเราเปรียบดั่งการนอนบนปุยนุ่นนุ่มๆ และทำให้เราหลับสบายตลอดคืนมากกว่าใยสังเคราะห์

1.2

สีสันหรือลวดลายโดนใจ
นี่คือ อีกหนึ่งเทคนิคของการเลือกซื้อผ้าปูที่นอนที่โดนใจนั่นก็คือ การเลือกจากลวดลายหรือสีสันที่คุณชื่นชอบนั่นเองค่ะ สาวๆ ชอบลายผ้าปูแบบไหนก็เลือกกลับมาได้เลย

ขนาดผ้าปูเท่ากับขนาดเตียงพอดี
นี่คือหลักการสำคัญสุดๆ มาก่อนสิ่งอื่นใดเลยก็ว่าได้ สำหรับการเลือกซื้อผ้าปูที่นอน เราจะต้องเลือกให้เข้ากับขนาดของเตียงเท่านั้น เพราะหากเราไม่รู้ว่าขนาดของเตียงกี่ฟุต เราอาจซื้อผ้าปูที่นอนขนาดที่ไม่พอดีกับเตียงมาใช้ก็ได้ จะว่าไปแล้วทุกคนจะต้องรู้ด้วยนะคะว่าเตียงนอนของคุณมีกี่ฟุต และหากใครจะเลือกซื้อขนาดที่กว้างกว่าเตียงนอนสักเล็กน้อยก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะบางคนอาจจะอยู่หอพักหรือจะต้องย้ายห้องใหม่ไปตามที่เรียนหรือที่ทำงาน การเลือกขนาดของผ้าปูที่นอนที่กว้างกว่าเตียงจริงสักเล็กน้อย ย่อมเป็นผลดีค่ะ เพราะในอนาคตเราอาจจะได้ย้ายห้องนอนใหม่โดยได้นอนห้องที่มีเตียงขนาดใหญ่ขึ้นก็เป็นได้ ทั้งหมดนี้ การเลือกซื้อผ้าปูที่นอนของคุณก็จะประหยัดเงินมากขึ้น ไม่ต้องพลอยมาคอยซื้อใหม่จนสิ้นเปลืองยังไงล่ะคะ

สาวๆ คนไหนที่กำลังอยากเปลี่ยนชุดเครื่องนอนใหม่หรืออยากซื้อผ้าปูที่นอนใหม่ๆ มาเปลี่ยน เพื่อให้การนอนหลับเป็นไปท่ามกลางความสุขสงบดั่งใจ เลือกผ้าปูที่นอนตามที่เราแนะนำรับรองไม่มีผิดหวังแน่นอนค่ะ

 

อาหารที่ช่วยลดไขมันหน้าท้อง

ความอ้วนถือเป็นตัวร้ายที่สร้างความกังวลใจและบั่นทอนความมั่นใจของคุณไปไม่น้อย โดยเฉพาะไขมันที่หน้าท้องซึ่งถือว่าเป็นบริเวณที่ลดยาก ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่ยอมหายไปจากชีวิตของคุณสักที วันนี้เรามีอาหารที่จะช่วยลดไขมันหน้าท้องให้คุณได้ ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่ามีอาหารอะไรบ้าง

18

  1. อะโวคาโด อุดมไปด้วยสารเบต้าซิโตสเตอรอล ซึ่งจะช่วยในการดูดซึมคอเลสเตอรอลได้ดี มีเส้นใยอาหาร ทั้งชนิดที่ละลายน้ำ จะช่วยในการขจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินให้ออกไปจากร่างกาย และชนิดที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งจะช่วยในการป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย
  2. บร็อคโคลี่ สารอาหารที่อยู่ในบร็อคโคลี่ จะช่วยทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีที่ได้สะสมเอาไว้จนเป็นไขมันส่วนเกินได้ นอกจากนี้ บร็อคโคลี่ยังเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญอย่างแคลเซียมอีกด้วย เราแนะนำให้คุณรับประทานบร็อคโคลี่ 1 ถ้วย ถึง 2 ถ้วยต่อ 1 วัน ถึงจะเพียงพอกับความต้องการของร่างกายที่จะช่วยเผาผลาญแคลอรีค่ะ
  3. ถั่ว และเมล็ดพืชต่างๆ จะมีสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะในถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง ถั่วอัลมอนด์ เมล็ดดอกทานตะวัน แนะนำให้รับประทานประมาณ 1 กำมือ หรือ 2 ช้อนโต๊ะต่อ 1 วันก็พอค่ะ
  4. น้ำมัน ควรจะเลือกน้ำมันที่มีประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนักได้ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันชา น้ำมันดอกทานตะวัน ขอแนะนำให้รับประทานประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อ 1 วันค่ะ

นอกจากจะดูแลเรื่องอาหารการกินแล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยนั่นก็คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง หุ่นดี สมสัดส่วน มีความสวยสดใสอยู่ตลอดเวลาอีกด้วยค่ะ

สุดยอดเคล็ดลับลดน้ำหนักด้วยผลไม้

หนุ่ม สาว ในยุคปัจจุบันนี้ ให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างของตัวเองกันมากขึ้น จึงทำให้หลายๆ คนหันมาสนใจในเรื่องของอาหารการกินกันมากขึ้น โดยการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และที่สำคัญต้องไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยผลไม้ มาฝากกันค่ะ

16

  1. แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่ช่วยลดน้ำหนักได้ดี เพราะแอปเปิลอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์ ซึ่งจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้อง เพราะน้ำตาลฟรักโทสที่มีอยู่ในแอปเปิ้ลจะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้าๆ ช่วยให้ร่างกายไม่รู้สึกหิวนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ แอปเปิ้ลยังให้พลังงานต่ำ แถมมีวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมายด้วย โดยเฉพาะสารเพคติน จะมีคุณสมบัติพองตัว ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มกากใยในอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานไปอย่างปกติ และสามารถช่วยการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยดักจับคอเลสตอรอล และช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายได้อีกด้วยค่ะ
  2. ฝรั่ง อุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยลดความอ้วน และยังช่วยสร้างคอลาเจน ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งเต่งตึงสวยงาม นอกจากนี้ฝรั่งยังเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่หิวบ่อย และชอบรับประทานอาหารจุกจิก แต่ถ้านำไปจิ้มน้ำปลาหวานเมื่อไหร่ ระวังจะทำให้อ้วนได้นะคะ
  3. ส้ม ในน้ำส้มจากผลส้มนั้นจะมีกากใย ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักให้คุณได้ ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว จึงทำให้ทานอาหารได้น้อยลง และช่วยทำให้ระบบขับถ่ายระบายท้องได้ดีขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นสาวๆ ที่อยากลดน้ำหนักจะต้องรับประทานส้มอย่างน้อยวันละ 1 ผลนะคะเพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดีสมดั่งใจค่ะ

สำหรับใครที่ชอบรับประทานผลไม้กันอยู่แล้ว รับรองว่าจะต้องถูกใจกับวิธีลดน้ำหนักด้วยผลไม้ที่เราแนะนำมานี้อย่างแน่นอนค่ะ อยากสวย รูปร่างดี แถมด้วยสุขภาพแข็งแรง ต้องรับประทานผลไม้เพื่อสุขภาพกันเยอะๆ นะคะ

วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน

การดำเนินชีวิตของสาวๆ ในปัจจุบันที่นอกจากจะเต็มไปด้วยความเร่งรีบแล้ว ยังต้องนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะเป็นเวลานานๆ อีกด้วย แถมยังไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายหรือเข้าฟิตเนส จึงทำให้สาวๆ ทั้งหลายประสบกับปัญหาหน้าท้องใหญ่หรือมีพุงนั่นเองค่ะ วันนี้เรามีวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน ที่จะช่วยให้คุณมีหน้าท้องที่แบนราบขึ้นได้มาฝากกันค่ะ

15

  1. ท่ายืนแขม่วท้อง ไม่ว่าคุณจะยืนอยู่ในออฟฟิศ หรือขณะที่ยืนบนรถโดยสาร ให้คุณหายใจเข้า และแขม่วท้องให้ได้มากที่สุด จากนั้นก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก โดยปล่อยลมออกจากช่องท้องให้ได้มากที่สุดเช่นกัน
  2. ท่านั่งแขม่วท้อง ท่านี้คุณก็สามารถทำได้ในเวลาที่คุณกำลังนั่งทำงานหรือนั่งรถโดยสารก็ได้ค่ะ ให้คุณนั่งหลังตรง แขม่วท้อง และหายใจเข้า-ออกเช่นเดียวกับท่ายืนแขม่วท้องค่ะ
  3. ท่านั่งยกขา สามารถทำได้ทุกที่ที่คุณสะดวกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน หรือบนรถโดยสาร โดยให้คุณนั่งหลังตรงพิงพนักเก้าอี้ แล้วค่อยๆ ยกขาขึ้น ให้ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ประมาณ 2 – 5 นิ้ว ขณะที่ทำการยกขาให้ใช้แรงจากหน้าท้องส่วนล่าง ยกขาค้างไว้ประมาณ 5 วินาที จึงสลับข้าง

เมื่อได้เคล็ดลับดีๆ ที่ทำได้ง่ายๆ กันแล้ว คุณสาวๆ อย่าลืมนำไปลองปฏิบัติกันดูนะคะ เรียกได้ว่าว่างเมื่อไหร่ก็สามารถทำได้ทันทีเลยค่ะ ไม่ยุ่งยาก ไม่เสียเวลา แถมยังได้ทั้งงาน ได้ทั้งสุขภาพ และหน้าท้องแบนราบไปพร้อมๆ กันอีกด้วยค่ะ

วิธีลดต้นแขนอย่างได้ผล

ข่าวดีสำหรับสาวๆ ต้นแขนใหญ่ วันนี้เราจะชวนคุณบอกลาต้นแขนใหญ่ด้วยวิธีลดต้นแขนแบบง่ายๆ ที่ได้ผลแน่นอน และยังใช้เวลาไม่มาก สามารถทำเองได้ที่บ้านมาฝากกันค่ะ

13

  1. บริหารต้นแขนด้านใน ให้คุณนั่งตรงขอบเก้าอี้แล้วถือเวทหรือขวดน้ำที่มีขนาดพอดีกับมือคุณเอาไว้ จากนั้นโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ใช้มือซ้ายยันกับเข่าเพื่อพยุงตัว ส่วนข้อศอกขวายึดไว้กับเข่าขวาด้านใน ยกเวทหรือขวดน้ำเข้าหาไหล่ ทำสัก 20 ครั้ง สลับกันทั้งสองข้างค่ะ
  2. บริหารต้นแขนด้านนอก ให้คุณยืนแยกเท้าออกจาก และงอเข่าเล็กน้อย ถือลูกบอลไว้ในมือแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะ จากนั้นให้งอข้อศอกและส่งลูกบอลไปด้านหลังจนจรดต้นคอ ค้างไว้สักครู่ แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น ให้ทำซ้ำอย่างน้อย 30 ครั้ง
  3. บริหารไหล่ ใช้มือซ้ายและมือขวาถือขวดน้ำหรือเวทที่เตรียมไว้ให้ยกไว้ที่ระดับสะโพกแล้วค่อยๆ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ และเหวี่ยงไปข้างหลัง วนเป็นรูปวงกลมทำประมาณ 10 รอบ แล้วจึงเปลี่ยนสลับข้าง
  4. บริหารไหล่และหลัง ให้คุณยืนแยกเท้า และงอเข่าเล็กน้อย ในมือทั้งสองถือหนังสือไว้ข้างละ 2-3 เล่ม พักไว้ตรงหน้าขา แล้วค่อยๆ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นสูงระดับไหล่ ชูแขนให้เหยียดตรงและเกร็งกล้ามเนื้อ พร้อมกับลดแขนลงช้าๆ ทำซ้ำ 20 ครั้ง
  5. บริหารหน้าอกและแขน ตั้งเก้าอี้วางชิดกับผนัง ให้คุณยืนบนปลายเท้า แล้วใช้มือเกาะที่ขอบเก้าอี้เพื่อทรงตัวเหยียดแขนให้ตรง จากนั้นค่อยๆ งอศอกดึงตัวเข้าหาเก้าอี้ให้ใกล้ที่สุด แล้วยืดแขนออกทำซ้ำ 30 ครั้ง

วิธีบริหารนี้สามารถใช้ได้ทั้งผู้ที่มีต้นแขนใหญ่ จากการทำงานหนักและต้นแขนใหญ่จากไขมันสะสม เพียงแต่ต้นแขนใหญ่จากการทำงานหนักจะลดยากกว่านิดหน่อย เพราะเป็นกล้ามเนื้อที่ยากแก่การลดค่ะ

วิธีลดต้นแขนให้เรียวเล็ก

ต้นแขนใหญ่มาจาก 2 สาเหตุ คือ สาเหตุแรก มาจากกล้ามเนื้อที่ทำงานอย่างหนัก และอย่างที่ 2  ก็คือ ใหญ่จากการสะสมของไขมัน ในกรณีที่ต้นแขนใหญ่จากการทำงานหนักนั้น ต้องแก้ไขที่วิธีการทำงานคือ ต้องลดน้ำหนักหรือปริมาณงานที่ต้องทำงานให้น้อยลง จึงจะเป็นวิธีช่วยลดต้นแขนในกรณีนี้ได้ ส่วนในกรณีที่ต้นแขนใหญ่จากการสะสมของไขมันบริเวณต้นแขน วิธีลดต้นแขนในกรณีนี้ต้องใช้วิธีการออกกำลังกายเบาๆ ไม่ต้องเน้นที่น้ำหนัก แต่เน้นที่การยืด เกร็งของกล้ามเนื้อ และความถี่ของการออกกำลังกายให้เป็นประจำสม่ำเสมอ วันนี้เรามีวิธีลดต้นแขนจากการสะสมของไขมันให้เรียวเล็กมาฝากกันค่ะ

12

  1. ให้คุณยืนแยกเท้าและงอเข่าเล็กน้อย ถือลูกบอลไว้และยกขึ้นเหนือศีรษะ งอข้อศอกและส่งลูกบอลไปด้านหลังให้ชิดกับต้นคอ ค้างไว้สักครู่ จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้นทำซ้ำอย่างน้อย 30 ครั้ง ท่านี้เป็นการบริหารต้นแขนด้านนอก ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นค่ะ
  2. นั่งตรงขอบเก้าอี้ถือเวทหรือขวดน้ำที่มีขนาดพอเหมาะ แล้วโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยใช้มือซ้ายยันเข่าเพื่อพยุงตัวไว้ ส่วนข้อศอกขวายึดกับเข่าขวาด้านใน แล้วยกเวทหรือขวดน้ำเข้าหาไหล่ ให้ทำสัก 20 ครั้ง สลับกันทั้งสองข้าง ท่านี้ช่วยบริหารต้นแขนด้านในให้ท้องแขนมีความกระชับขึ้นค่ะ

เป็นวิธีบริหารลดต้นแขนง่ายๆ เพียงแค่คุณต้องมีความอดทน หมั่นบริหารบ่อยๆ จึงจะเป็นผลสำเร็จค่ะ